นายกฯสิงคโปร์ชี้อาเซียนต้องรับมือกับความท้าทายด้วยความเป็นหนึ่งเดียว

นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ชี้ว่า ในยามที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญปัญหารุนแรงขึ้นและเสียงสนับสนุนกระแสพหุภาคีเริ่มอ่อนแรงลง สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกระชับความร่วมมือกันรับมือความท้าทายด้วยความเป็นหนึ่งเดียว

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ของสิงคโปร์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีลีกล่าวในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 แบบเต็มคณะเมื่อวานนี้ซึ่งมีพิธีเปิดในวันนี้ว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะโตร้อยละ 3 ในปีนี้ น้อยที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกเมื่อหนึ่งทศวรรษก่อน ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถดถอย จึงมีสามเรื่องที่อาเซียนจะต้องแก้ไขร่วมกันคือ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีลีกล่าวถึงด้านเศรษฐกิจว่า อาเซียนจะต้องเพิ่มความพยายามในการยืนหยัดระบบการค้าพหุภาคีที่เสรี เปิดกว้าง และตั้งบนกฎเกณฑ์ ด้วยการปฏิบัติตามพิมพ์เขียวเศรษฐกิจอาเซียนปี 2568 อย่างครบถ้วนหลังจากที่มีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 และขยายการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับหุ้นส่วน รวมทั้งเปิดเสรีการค้ากับหุ้นส่วนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับยกตัวอย่างเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนที่เปิดตัวเมื่อปีก่อนเพื่อเอื้อให้ชาติสมาชิกแบ่งปันข่าวสารและให้ทุนสนับสนุนความริเริ่มต่าง ๆ ว่า เครือข่ายนี้จะส่งเสริมอาเซียนในฐานะตลาดดิจิทัลเดียวและก่อให้เกิดการเติบโตใหม่ ๆ สิงคโปร์ในฐานะแกนนำเครือข่ายจะร่วมกับชาติสมาชิกและประธานอาเซียนวาระถัดไปคือเวียดนามพัฒนาเครือข่ายให้ก้าวหน้าต่อไป

ด้านสิ่งแวดล้อม สิงคโปร์สนับสนุนการใช้พหุภาคีแก้ไขความท้าทายต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษข้ามพรมแดน ขณะเดียวกันสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคคือสิ่งจำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เขายินดีที่หารือระหว่างอาเซียนกับจีนเรื่องแนวปฏิบัติหรือซีโอซี (COC) ในทะเลจีนใต้มีความคืบหน้า ส่วนเรื่องสถานการณ์ในรัฐยะไข่ อาเซียนควรเดินหน้าสนับสนุนให้ทุกฝ่ายรวมทั้งรัฐบาลเมียนมาหาทางออกที่ครอบคลุมและยั่งยืน การเริ่มส่งกลับชาวโรฮิงญาอย่างปลอดภัย สมัครใจและให้เกียรติยังคงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนอยู่